The Japanese Murder

นายสุวิทย์ ยอดมณี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีแสดงความเสียใจ และขออภัยรัฐบาลญี่ปุ่นรวมทั้งครอบครัวผู้ตาย พร้อมกำชับตำรวจ เร่งจับกุมคนร้าย เนื่องจากเกรงว่าจะกระทบการท่องเที่ยว และความสัมพันธ์ของทั้ง 2 ประเทศ

นี่คือข้อความจากแหล่งข่าวของ อสมท. และข้างล่างคือคำพูดของ นารากรณ์ แห่ง TITV Hot News

…เหตุการณ์นี้ ส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวของประเทศไทย เพราะว่านักท่องเที่ยวญี่ปุ่นถือว่าเป็นนักท่องเที่ยวที่มีคุณภาพ…

คุณจะรู้สีกอย่างไรถ้าญาติพี่น้องคุณโดนฆาตกรรมในต่างแดน แล้ว สื่อกับประชาชนในประเทศนั้นล้วนแต่กังวลว่า จะหาเงินจากคุณได้น้อยลง

คุณจะรู้สีกอย่างไร?

โอเค ผมเข้าใจดีว่าประเทศไทยยังเป็นเป็นประเทศด้อยพัฒนาในโลกที่สาม แต่แค่คำว่า “ขอโทษ” จากนายกรัฐมนตรี หรือ จากผู้ว่าการท่องเที่ยว กลับไม่ปรากฎในหน้าสื่อมวลชน สื่อที่ปัญญาเท่าหางอึ่งได้แต่บ่นว่า “กระทบการท่องเที่ยว” หรือแปลว่า “แล้ว พวกกรูก็จะดูดเงินจากเอ็งได้น้อยลงเปล่าเนี่ย?”

คิดถึงพ่อ แม่ของนางสาวโทโมโกะ ที่ต้องมารับศพลูกสาวที่เมืองไทย และสัญญาด้วยว่าจะกลับมาดูหน้าฆาตกร ทันทีที่ตำรวจได้จับได้ มันแสดงถึงความเจ็บแค้นของผู้เป็นพ่อเป็นแม่ ที่ต้องซ่อนเอาไว้ตลอดเวลาที่มารับศพ และถูกสถานีโทรทัศน์ช่องต่างๆ บันทึกเอาอย่างฉาบฉวย และโดนตราประทับว่าเป็นแค่ “ความซวย” ที่ช่วยไม่ได้อีกบทหนึ่งในสังคมที่หลอกตัวเิองไปวันๆว่า “เราคือพุทธประเทศ”

เพื่อนชาวญี่ปุ่นถามผมหลังจากที่บอกว่ามีนักท่องเที่ยวประเทศเค้าถูกฆ่าในประเทศไทยว่า

how would you make up for this?

ผมอี้งไปซักพักก่อนตอบไปว่า “Police are having suspects.”

อีกใจหนึ่งก็ไม่กล้าบอกว่า “We actually are doing fucking nothing but bitching how Thai tourism business is going to be affected.”

ท้ายสุดแล้ว บางทีแค่คำว่าขอโทษในสิ่งที่ไม่สมควรเกิด น่าจะเหมาะสมที่สุดในเวลานี้


11.30.07