เมื่อไม่อยากเสียภาษีให้กับรัฐที่ไม่เป็นธรรม
หนังสือพิมม์ลงข่าวว่า “พวกโชว์ห่วย” ร่วมลงชื่อเพื่อที่จะไม่จ่ายภาษีให้รัฐบาลอีกต่อไป ผมได้แต่อิจฉาพวกท่านครับ
มนุษย์เงินเดือนอย่างพวกผมไม่สามารถทำอย่างงั้นได้ เพราะว่าภาษีมันถูกหัก ณ ที่จ่ายไปล่วงหน้าแล้ว หรือที่เรียกว่า tax withholding ครั้งหนึ่งเคยมีนักปรัชญาคนไทยที่ เขียนบทความเรื่อง “มนุษย์มีสิทธิ์ที่จะไม่ปฏิบัติตามกฏหมายที่ไม่เป็นธรรม” งั้น การไม่ยอมเสียภาษีของโชว์ห่วย ก็เป็นสิทธิ์ตามหลักของมนุษย์กลุ่มหนึ่งที่จะต่อต้านกับระบบที่ไม่เป็นธรรม นั้นคือหากรัฐไม่สามารถปกป้องอาชีพของพวกท่านได้ พวกท่านก็ต้องหาทางบอกรัฐ และประชัาชนคนอื่นๆว่า ขณะนี้ท่านไม่ได้รับความเป็นธรรม — ผมได้แต่อิจฉาท่านครับ
ประเทศไทยกำหนดไว้ว่าบุคคลที่จะต้องเริ่มเสียภาษีให้แก่รัฐ เมื่อท่านมีรายได้ประมาณ 16,000 บาทต่อเดือน หากต่ำกว่านี้รัฐบอกว่าท่านไม่ต้องเสีย ถามว่ารัฐมีระบบจัดเก็บภาษีที่ดีขนาดนั้นแล้วหรือ? ผมพนันได้ว่าร้านขายเสื้อผ้าที่สยามสแควร์ที่มีค่าเช่าตกห้องละหนึ่งแสนบาทต่อเดือน และมีรายได้มากกว่านั้นหลายเท่า มีรายไหนบ้างที่จ่ายภาษีถูกต้องตามสัดส่วน มีร้านก๋วยเดี๋ยวร้านไหนบ้างที่จ่ายภาษีรายได้จากการขายบะหมี่ทุกชาม น้ำทุกแก้ว หรือมีคนขับแท็กซี่คนไหนบ้างที่จ่ายภาษี? ผมเชื่อและผมรู้ว่าคนเหล่านี้มีรายได้เกิน 16,000 บาทแน่นอน แล้วถามว่าคนเหล่านี้จ่ายภาษีอย่างถูกต้องหรือเปล่าครับ?
หากเงินภาษีที่เก็บได้ไม่ได้มาจากคนเหล่านี้ ถามว่าเงินรายได้ภาษีส่วนใหญ่มาจากไหน? มันมาจากเงินเดืิอนของคนชนชั้นกลางที่ไม่มีทางจะเลี่ยงภาษีเงินได้นั่นแหละครับ เงินที่รัฐเอาไปหาเสียง กองทุนหมู่บ้าน แจกวัวแจกควายล้านตัว กล้ายางล้านต้น เงินอ.บ.ต. เรียนฟรีถึงม.หก สามสิบบาทรักษาแมร่งทุกโรค กองทุนน้ำมัน และอื่นๆมีมากมาย เงินที่คนที่ไม่มีโอกาสจะเลี่ยงภาษีคือคนส่วนใหญ่ที่แบกรับภาระส่วนใหญ่ของประเทศนี้
คำถามจีงมีอยู่ว่าการเสียภาษีคือการเสียเปรียบทางสังคม อย่างหนึ่งใช่หรือไม่?

2 Comments
Jump to comment form | comments rss [?] | trackback uri [?]