ผมเคยเป็นแรงงานต่างด้าว
คุณเคยทำงานในโรงงานพลาสติกหรือเปล่าครับ — ผมเคย
วันนี้เมื่อเก้าปีที่แล้วผมลงจากเครื่องบินที่สนามบิน John F. Kenedy ที่มหานครนิวยอร์ค เพื่อที่จะเดินทางไปรัฐคอนเนคติกัต เพื่อที่จะเริ่มแผนการกึ่งฆ่าตัวตายในเดือนกุมภาพันธ์ในปีถัดไป นั่นคือ การเรียนต่อปริญญาโทสาขาวิศกรรมไฟฟ้า ที่เมือง New Haven ครับ ผมมาก่อนล่วงหน้าสามเดือนตามที่วีซ่านักเรียนจะอนุญาต ด้วยเหตุผลเดียวคือ มาเก็บเงินซักก้อนนึงก่อนที่โรงเรียนจะเปิด และต้องจ่ายค่าเทอมมหาโหดทันที ตอนนั้นเป็นปีที่ผมเพิ่งจบปริญญาตรีใหม่ๆ เศรษฐกิจตกต่ำ งานหายากมากๆ ค่าเงินบาทถูกลอยตัว จากที่เคยเป็น 25 บาทต่อเหรียญสหัรฐฯ ช่วงที่ผมไปมันอยู่ที่ 34 บาท คุณอาจะสงสัยว่าแล้วผมคิดยังงัยถึงไปเรียนต่อในช่วงนี้ บอกได้คำเดียวว่า “อยากไป”
และในช่วงนี้เองที่ผมเข้าไปทำงานในโรงงานพลาสติก ที่เมือง Lowell รัฐแมสสาชูเสตต์
โรงงานจะมีหัวหน้าคนงานที่เป็นคนเขมรอพยพ คอยหาแรงงานราคาถูกเช่นผม ที่เต็มใจทำงานด้วยค่าแรงเจ็ด แปดเหรียญต่อชั่วโมง หกวันต่อสัปดาห์ ทุกเช้าผมจะต้องนั่งรถตู้ที่ขนแรงงานเขมร และไทย ไปที่โรงงานแห่งนี้ ผมต้องทำแซนวิชแบบง่ายๆ ไปกินกลางวันด้วยครับ โรงงานแห่งนี้ผลิตถังพลาสติก ตระกร้าพลาสติก ทัปเปอร์แวร์ หลากหลายไซด์ ถ้าเป็นแรงงานผู้หญิงหัวหน้าแรงงานก็จะให้ไปทำงานในหมวดพวกตระกร้า กล่อง ส่วนแรงงานชายอย่างผมก็จะถูกส่งไปในหมวดถังพลาสติกขนาดใหญ่ และขอบอกว่าใหญ่จริงๆครับ ใหญ่โครตๆ ผลิตภัณฑ์พวกนี้มันเป็นของที่พวกคุณสามารถหาซื้อได้ตาม Walmart และ Kmart ในราคาไม่กี่ดอลล่าครับ
การทำงานในโรงงานเหนื่อยมากครับ ช่วงแรกปวดหลังไปหมด กลับบ้านนอนหลับเป็นตายทุกวัน เหนื่อยขนาดไหน ลองจินตนาการดูว่า เครื่องจักรขนาดใหญ่ที่จะปั้มถังพลาสติกขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางหนี่งเมตรออกมาทุกสามสิบวินาที ภายในสามสิบวินาทีนั้น คุณจะต้องเอาเชือกไนล่อนหนาหนึ่งนิ้ว เสียบบริเวณขอบถัง เพื่อทำเป็นที่หิ้ว และนำไปลนไฟประมาณสิบวินาที เพื่อให้เชือกไนล่อนละลายขมวดเป็นปม จะได้ไม่หลุดออกจากขอบถังเวลาหิ้ว
เสร็จแล้วทุกห้าถังที่ทำเสร็จ จะต้องเอามาซ้อนกัน เพื่อแพคลงกล่องกระดาษ พร้อมกับเอาเทปกาวปิดรอบกล่อง ก่อนนำไปเรียนไว้ซ้อนกันสามชั้นบนแพลตฟอร์ตที่จะมีรถมายกไป หยุดไม่ได้นะครับ เพราะว่าเครื่องจักรเวรนั้นมันจะปั๊มถังออกมาเรื่อยๆ จะช้ากว่ามันไม่ได้ ไม่งั้นถังจะซ้อนกัน ทำให้เครื่องจักรหยุดทำงาน (ซึ่งมันเกิดขึ้นเมื่อผมเริ่มงานแรกๆ) อยากจะบอกว่า เหนื่อยโครต ครับ ร้อนก็ร้อน เสียงก็ดัง เวลากินน้ำก็แทบจะไม่มี แล้วที่สุดยอดที่สุดก็คือ ไฟฟ้าสถิตย์ที่ติดออกมากับตัววัสดุ ที่พอผมจับทีไร แมร่งก็จะสปาร์คได้รุนแรง ยังกะโดนไฟบ้านช๊อตยังงัยยังงั้น เรียกได้ว่าผมเป็นโรคจิตไปอีกหลายเดือนเลยทีเดียว ขนาดว่าจะจับอะไรก็จะกลัวว่ามันมีไฟฟ้าสถิตย์ตลอด
ผมทำงานอยู่ที่นั่นเป็นเวลาหนึ่งเดือน เป็นหนึ่งเดือนที่ผมไม่เคยจินตนาการมาก่อนเลยว่าจะพาตัวเองมาอยู่ที่ตรงนี้ บรรยากาศที่หนาวเหน็บที่มีหิมะดำๆ ลื่นๆ กับแซนวิชเย็นๆ ที่ทำมาจากบ้าน แล้วก็กล้วยหอมหนี่งใบเป็นอาหารกลางวัน กับกลิ่นอายของโรงงานพลาสติก
คุณเคยจำกลิ่นที่คุ้ยเคยได้หรือเปล่าครับ กลิ่นที่พอคุณรับรู้ ความทรงจำและประสบการณ์ที่คุณเคยได้พบได้เจอ มันจะกลับมาชัดเจนในหัวอย่างบอกไม่ถูก กลิ่นที่่ทำให้ผมจำโรงงานพลาสติก กลิ่นรถตู้ กลิ่นเย็นๆที่บอกไม่ถูก
เงินที่ผมเก็บได้ส่วนจากโรงงานนี้ถือได้ว่าเป็นเงินเดือนที่ผมหาได้หลังจากเรียนจบจริงๆ โดยที่ผมไม่ได้ใช้วิชาชีพที่เรียนมาจากจุฬาฯ เลยแม้แต่นิดเดียว แต่มันก็ทำให้ผมมีเงินไปเป็นค่าอพาตเมนท์แบบหนึ่งห้องนอน ในวันที่ผมต้องเริ่มเรียนที่มหาวิทยาลัยได้ ในอีกสองเดือนต่อมา

No comments
Jump to comment form | comments rss [?] | trackback uri [?]