ถ้าคุณไม่มีศาสนา สังคมจะตัดสินว่าคุณคือคนเลว

และแล้วสังคมไทยก็ไม่ทำให้ผมผิดหวังเลย วันนี้ผมตื่นเช้ามีนัดไปทำฟัน และก็ถือโอกาสไปทำบัตรประชาชนใหม่ด้วย ผมเดินไปที่หน่วยบริการประชาชน ของกทม. ซี่งจัดไว้ทำงานทะเบียนราษฏร์ง่าย ตามสถานีรถไฟฟ้า ครับ ผมไม่ได้คาดหวังว่าจะได้อะไรจากที่นี่เลยจริงๆ หลังจากที่เคยพยายามมาที่ศูนย์บริการประชาชน ที่สถานีรถไฟฟ้าสยาม มาแล้วครั้งนีง

มาครั้งเมื่อผมบอกว่า บัตรเก่าผมเป็นบัตรอ่่อนรุ่นเก่า เจ้าหน้าที่หน้าตาไม่เป็นมิตร ย้อมผม และปัญญาก็อ่อนพอๆกับบัตรเก่าของผม เธอบอกว่า ผมทำไม่ได้ ต้องใช้ทะเบียนบ้านตัวจริง แล้วก็ต้องไปทำที่สำนักงานเขตด้วย พร้อมกับยืนยันให้ผมกลับไปเอาทะเบียนบ้านมาให้ได้ แล้วก็หันหลังให้ผมทันที

ยอดเยี่ยม !! มันบริการตรูได้สมคำร่ำลือจริงๆ พอกันทีกับ หน่วยบริการของประชาชน ของ กทม.

จากประสบการณ์ที่ผ่านมา ทำให้ผมคิดว่า ไอ้หน่วยงานประเภทนี้ มักจะถูกมองว่าเป็นลูกเมียน้อย และมีแต่พนักงานเหลือขอ หน้าเป็นตูดตลอดเวลามาทำงาน และถุยๆ แต่ข้อมูลพล่อยๆอยู่รำ่ไป

ผมไม่เชื่อว่าถ้าผมไม่มี ทะเบียนบ้าน จะไม่สามารถ renew บัตรประชาชนได้ ผมจีงเดินทางไป สำนักงานเขตราชเทวี โดยลงรถไฟฟ้าที่สถานีรถไฟพญาไท ครับ ผมเดินเข้าไปในสำนักงานเขตทันที พร้อมกับเตรียมใจไว้แล้วกับสิ่งที่พนักงานกทม. จะประเคนใส่ประชาชนคนนี้ ผมเดินเข้าไปหาเธออย่างห้าวหาญทันที และก่อนที่ผมจะได้พูดอะไร

พนักงานประชาสัมพันธ์ “โอ้ย เหนื่อย”

เวร นี่ตรูยังไม่ได้เริ่มพูดอะไรซักคำ เจ้แกก็มองหน้าผม แล้วก็บ่นว่า เหนื่อย เป็นการเริ่มต้นที่ยอดเยี่ยมจริงๆ พลางคิดในใจว่า จะมีประชาชนคนไหนในประเทศนี้มั่ง ที่ได้รับคำต้อนรับว่า “โอ้ย เหนื่อย” แบบผม หรือว่าบนหน้าผากผมมีป้ายคำว่า “กูเรื่องมาก” อะไรแบบนี้ติดอยู่

O “อ่า ทำบัตรใหม่ครับ ของเก่าหาย”

ผมตัดสินใจว่า แค่บอกว่าบัตรเก่าหมดอายุมันไม่ challenge พอ ผมเลยมั่วไปว่า บัตรหาย แบบว่าตรูอยากรู้ว่ามันจะยุ่งยากกว่า ขนาดไหน? คำตอบที่ได้คือ ต้องมีบัตรอื่นๆที่มีรูป เช่น ใบขับขี่ และเงิน 20 บาท

O “แล้วทะเบียนบ้านละครับ”

พนักงาน “ไปปรินท์ที่ช่อง 11 12 ได้คะ”

น่านงัย แล้วไหนละที่พนักงานแห่ง หน่วยบริการประชาชน สถานีรถไฟฟ้าสยาม บอกว่า ยังงัยๆก็ต้องกลับไปเอามา … หนอยแหนะ ไอ้พนักงงาน underperform พวกนั้น ผมนีกด่าในใจ ดีนะที่ตรูไม่เชื่อพวกมรีง

ปรินท์ทะเบียนบ้านเสร็จแล้ว กรอกข้อมูลเพื่อทำบัตรใหม่เสร็จแล้ว ผมก็พร้อมจะรอไม่ไหวว่าจะเจออะไรอีกข้างหน้า

พนักงานด่านสอง “ศาสนาอะไรคะ”

เธอคงหมายถึง ช่องศาสนาในใบที่ให้กรอกข้อมูล ที่ผมขีดละเอาไว้

O “คือว่า ไม่มีครับ”

พนักงานด่านสอง “อะไรกัน ทำไมใจร้าย หยังงี้” แล้วก็ค้อนผมหนี่งที

อ่ะแหน่ะ มีด่ากรูอีกด้วยเว้ย เออ แปลกดี ผมก็เลยสรุปเอสได้ว่าถ้าหาก บอกคนอื่นว่าไม่มีศาสนา สังคมนี้จะด่าทอคุณทุกคนว่า เป็นคนเลว แล้วเท่านั้นไม่พอ พนักงานที่เก็บเงินก็ทำหน้าสงสัยเหมือนกัน ผมกับคะยั้นคะยอให้ผมกรอกให้ได้ว่า ผมศาสนาอะไร

พนักงานด่านสาม “ใส่ไปได้นะคะ มันจะไม่มีอยู่บนบัตร”

O “ครับ แต่ว่าผมไม่มีจริงๆ”

จนกระทั่งป้าคนหนี่ง ดูใจดีๆ เดินเข้ามาบอกว่า “ไม่เป็นไรๆ ไม่ต้องใส่ก็ได้ เค้าเป็นกลางนะ ใช่มั้ย?”

O “เออ ครับ จริงๆ แล้วไม่ … ทำนองนั้น”

ผมกำลังคิดว่าจะอธิบายยังงัยดีว่า ความเป็นกลาง กับ ไม่มีศาสนาเลย น่ะ มันไม่เหมือนกัน แต่ผมก็หยุดแรงอยากไว้แค่คิดเท่านั้น


07.15.08