Don’t Underestimate Stress-Out Girls
วันนี้ผมมีนัดกินข้าวกับเพื่อนคนหนี่ง เธอตัวเล็กๆสไตล์สาวไทยทั่วไป จุดประสงค์ของการกินข้าวมื้อนี้มีอยู่สองอย่าง หนี่งคือการ catch up ทั่วๆไป ซี่งปกติผมเชื่อว่าเราควรหาเวลากินข้าวและพูดคุยกับเพื่อนเราบ่อยๆ หรือไม่ก็หากิจกรรมทำร่วมกันอื่นๆ อย่างสม่ำเสมอ เพื่อนก็เหมือนหมาแหละครับ ต้องหมั่นหากิจกรรมทำร่วมกัน มันมาเล่นด้วยก็ต้องเล่นกับมัน มันอยากเดินเล่นก็ต้องไปเดินกับมันแม้ว่าจะเป็นการเดินอย่างไร้จุดหมาย แล้วยังต้องคอยพาไปหาหมอฉีดยาเวลาไม่สบาย ไม่งั้นหมามันอาจจะลืมคุณได้ ซี่งเรียกกันว่า เสียหมา นั่นเอง ยกเว้นถ้าหากว่าเพื่อนที่ว่าคือเพื่อนที่คุณไม่อยากคบด้วย หรือ คบไปก็ไม่จรรโลงชีวิต ถ้าเป็นเช่นนั้น คุณควรจำกัด กิจกรรมกับเพื่อนประเภทนี้ไว้แค่ งานเลี้ยงรุ่น งานแต่งงานเพื่อน หรือไม่ก็งานศพใครซักคน
อย่างที่สองก็คือ ผม(ควรที่จะ)ต้องซ่อมคอมพิิวเตอร์ให้เธอด้วย โดยมีโจทย์ว่า ผมจะต้องทำให้คอมพ์เธอต่ออินเตอร์เน็ทผ่าน air card ของหัวเหว่ย โดยใช้เน็ทเวิร์ค Hutch และให้เธอสามารถใช้ VPN ของบริษัท และเวลาต่อเน็ทไม่ต้องผ่าน Proxy บริษัทเพื่อความเร็วในการดาวน์โหลดหน้าเวป
ผมอี้งไปสองนาที พร้อมกับประเคนความรู้ VPN สั่วๆของผม เพราะว่าผมไม่เคยใช้ VPN มาก่อนเลย และมันคงเป็นสิ่งเดียวในชีวิตผมจะไม่ใช้มัน (ตอนนี้เพื่อนผมมันคงถึงด่าผมแล้วละ ถ้าเธออ่านเจอ) นั่นผมเพราะผมคิดว่า VPN เป็นอะไรที่ไม่สอดคล้องกับสิ่งที่มันควรจะเป็น หรือ ห่วย นั่นเอง ทำไมผมจะต้องโอน traffic ทุกอย่างเข้าบริษัทก่อนที่มันจะเข้าเครื่องผมละครับ ทำไมต้องให้หน้าเวปที่เราต้องการ ซี่งบางทีอาจจะเป็นเวปโป๊ โหลดโดย proxy บริษัทละครับ ไม่ใช่เพราะว่ากลัวว่าบริษัทจะรู้ว่าผมใช้คอมพ์บริษัทโหลดหนังโป๊อยู่ แต่จริงๆแล้วมันโหลดหนังโป๊เร็วกว่า ถ้าไม่มี VPN
กลับมาที่คอมพ์เจ้าปัญหา ผมนั่งทำอยู่จนกระทั้งรู้ตัวว่า นอกจากจะไม่สามารถทำให้มันใช้เน็ทโดยที่ไม่ผ่าน VPN แล้ว ผมยังทำให้มัน ไม่สามารถต่ออะไรได้อีกเลย ไปซะแว๊วว ถึงตอนนี้เพื่อนผม บอกผมว่า
เพื่อน “ช่างเหอะ ง่วงนอนแล้ว” ซี่งในความหมายของเธอแปลว่า ไอ้ฟาย ทำไม่ได้ก็ไม่บอก
O “เออ โทดทีทำไม่ได้” แล้วผมก็ปิดคอมพ์ไป
เพื่อน “ก็ดีพรุ่งนี้จะได้ไม่ต้องทำอะไร เอาไปให้ IT ซ่อม นั่งเฉยๆ”
ซี่งก็อีกนั่นแหละ ในดิกชันารีเพื่อนผมมันหมายความว่า “ดูซิ พรุ่งนี้ก็ทำงานไม่ได้นะซิ พรีเซ็นต์ยิ่งทำไม่ทันอยู่ด้วย งานก็เยอะ เดี๋ยว KPI ตกกันพอดี โอ้ย เซ็งงงงง”
พวกเราออกจากร้านกลับบ้าน ระหว่างทางเธอบอกผมว่า Walls ออกไอติมรสใหม่ชื่อ ซูซูกิ รสถั่วแดง ฟังดูชื่อเหมือนรถเลยเนาะ และน่าจะหามาลองกิน ผมตกลงโอเค พวกเราเข้าไปเซเว่นฯ เดินหาตู้ไอติม หยิบไอติมมาสองแท่ง แล้วเพื่อนผมอุทานแกล้มหัวเราะว่า
เพื่อน “เออ มันไม่ใช่ ซูซูกิ อ่ะ มันคือ อัตซูกิ”
คือผมมีนิสัยที่ชอบจดจำบางสิ่งบางอย่างแบบรูปภาพ ดังนั้นหากภาพมันเบลอ ผมก็จะจำมันมันแบบเบลอๆ อย่างเช่น ผมจำชื่อร้านอาหารในซอยอารีย์ 1 ไม่ได้ว่ามันชื่อ ร้านแม่ยุ้ย หรือ ร้านยายเมี้ยน แม้ว่าจะไปกินกี่ครั้งก็ตาม และ ผมจำไม่ได้อีกว่า ร้านอาหารที่อร่อย ถูกและดี ในหัวหินแห่งหนี่ง ว่าจริงๆแล้วมันชื่อ ร้านลุงบัง หรือ น้าแอ๊ด และก็ต้องโทรไปถามเพื่อนที่เคยทำงานที่หัวหินทุกทีไปว่า ตกลงไอ้ร้านที่เราไปกินกัน มันชื่ออะไรกันแน่ นอกจากนี้ยังมี ความสับสนอยู่ระหว่าง สวนเบญจกิตติ กับ สวนเบญจศิริ และ โรงแรมอิมพีเรียลควีนส์พาร์ค หรือ โรยัลควีนส์พาร์ค อีก
และล่าสุด เพื่อนผมได้เพิ่มความเบลอ อีกอย่างลงในซีรีเบลั่มผม นั่นคือ ไอติมถั่วแดงซูซูกิ กับ อัตซูกิ และปฏิญาณในใจว่า จะไม่พยายามถามหาไอติมรสนี้ในเซเว่นฯ เด็ดขาด นั่นเพราะว่ากรูจะต้องพูดชื่อผิดแน่ๆ
ที่เลวร้ายกว่านั้น ก่อนหน้านี้สองอาทิตย์น้องสาวของเพื่อนผมคนนี้นี่เอง เพิ่งจะทำให้ผมสับสนระหว่างว่า ร้าน Spring & Summer เป็นของ พอล ภัทรพล หรือ เป็นของ พล ตัณฑเสถียร กันแน่ ทั้งๆที่ก่อนหน้านี่ผมจำได้แม่นยำแล้วแท้ๆ
กลับมาที่เรื่องไอติม ซูซูกิ (หรือ อัตซูกิ ก็ตามแต่) เพื่อนผมบอกว่า มันอร่อยมาก ราวกับว่ามันเป็นสิ่งแรก และสีิ่งเดียวที่ แผนก R&D ของ Walls ทำได้ดี
เพื่อน “เนี่ย มันอร่อยมากเลยนะ เมื่อวานซื้อมากินห้าแท่ง ตอนซื้อคนข้างเค้าก็คงงง”
O “โห จริงดิ?”
เพื่อน “เออ จนคนข้างๆ เค้าก็ซื้อมั่งเลยอ่ะ”
ขณะเดินออกมานอกร้าน เดินเลียไอติม ราวกับเด็กบ้านนอก ที่ไม่เคยเจอะเคยเจอไอติมมาก่อนในชีวิต ซี่งจริงๆแล้วมันเป็นเพราะมันละลายเร็วมาก เนื่องจากอากาศค่อนข้างร้อน ทำให้เราสองคนเลียไอติมจนออกจะขาดความเป็นผู้ดีไปมั่ง จนผมได้จังหวะที่ไอติมไม่หยดแล้ว จีงฉวยโอกาศถามคำถามที่สงสัยอยู่เมื่อตะกี๋นี้
O “อ้าวแล้วที่ซื้อมาห้าแท่งเมื่อวาน นี่กินรวดเดียวเลยเหรอ?”
เพื่อน “อืมม์ เมื่อวานเครียดอ่ะ ก็กินไปเรื่อยๆจนหมด”
O “ล้อเล่นน่า กินอันเดียวก็พอ เครียดอะไรขนาดนั้น แต่ว่า มันเคยมีรสเผือกด้วย อร่อยดี เคยกินเปล่า?”
เพื่อน “เออๆ ใช่ ใช่ เอเชี่ยนดีไลท์ แม่ชอบกิน ซื้อมาห้า…”
O “กินหมดเลย?”
เพื่อน “อืมม์ ฮา ฮา”
ดังนั้น อย่าประเมินผู้หญิงที่กำลังเครียดนะครับ เพราะว่าความเครียดทำให้เธอกินกันเปลืองจริงๆ

1 Comment
Jump to comment form | comments rss [?] | trackback uri [?]