เทคนิค 5 ข้อ ที่ควรรู้ไว้ก่อนสมัครงานใหม่

ถ้าคุณเป็นคนหนี่งที่กำลังจะเริ่มทำงานประจำ หรือ ทำงานประจำมาได้แล้วช่วงหนี่ง และกำลังจะเปลี่ยนงาน จากประสบการณ์ของผม มีหลายๆสิ่ง ที่บริษัทใหญ่มักจะเสนอ หรือที่เรียกกันว่า benefit นั้น มันไม่ได้ดูดีเหมือนที่คุณคิดเสมอไป และบางบริษัทก็ได้ไม่ได้บอกความจริงทั้งหมดแก่คุณ ต่อไปนี้คือ benefit ต่างๆ ที่คุณอาจจะ หรือ อาจจะไม่ได้รับ แต่ก็ให้รู้ไว้มา มันมีอยู่ในแห่งอื่นๆ ในโลกของ corporate ที่เหล่ามนุษย์เงินเดือนนับล้านกำลังใช้เป็นเครื่องตัดสินใจ ในการเปลี่ยนงาน หรือหางาน

1. ฐานเพดานเงินเดือน และการต่อรองเงินเดือน

อันนี้ยืนยันว่าเป็นแค่ นิยายปรัมปรา มันแทบไม่ปรากฏอยู่จริงในโลกนี้เลยนะครับ หากคุณกำลังได้รับเสนองาน งานหนี่ง แล้วฝ่ายบุคคล บอกคุณว่า เงินเดือนที่คุณขอนั้นให้ไม่ได้ เพราะว่าติดฐานเงินเดือนของบริษัทแล้ว ขอบอกว่าเป็นตอแหล ตอหลด ตดใต้น้ำ อย่าไปเชื่อเด็ดขาด หากได้ยินคำว่าฐานเงินเดือนละก้อ ให้คุณสมมติฐานไว้ก่อนว่า คนที่จ้างงานคุณเค้าชอบคุณแล้ว และก็ตัดสินใจจะจ้างคุณแล้ว ดังนั้น อย่าไปเชื่อว่า ฐานเงินเดือนที่คุณขอไป (อย่างมีเหตุผล) นั้นสูงเกินไป

สิ่งที่คุณจะต้องทำเมื่อได้ยินข้ออ้างนี้คือ เงียบ และบอกว่าจะขอคิดดูก่อนนะครับ อย่ายอมรับเงินเดือนต่ำกว่าที่คุณสมควรจะได้รับเด็ดขาด ผมขอบอกไว้ตรงนี้เลย และก็เคยพูดให้รุ่นน้องๆ ฟังกันหลายครั้งแล้วว่า การต่อรองเงินเดือนนั้น ทำได้แค่ครั้งเดียว และจงเอาชนะมันให้ได้ หากคนที่คุยกับคุณเพื่อต่อรองเงินเดือน มาจากแผนกฝ่ายบุคคล ยิ่งจะทำให้โอกาสเยอะขี้น เพราะว่า หนี่ง มันไม่ได้เป็นคนจ่ายเงินให้คุณจริงๆ และสอง ส่วนมากแล้วบริษัทที่ดำเนินการแบบ cost center เงินที่จะจ้างคุณจะมาจาก manager ในอนาคตของคุณ ดังนั้นโอกาสที่หากคนที่คุณคุยด้วยไม่ใช่ manager โอกาสที่จะขอเงินเดือนได้ตามที่ระบุไว้ และที่คุณสมควรได้รับ นั้นเป็นได้สูง สิ่งที่คุณต้องการใช้ก็คือ ความกล้า และนิ่งอย่างเซ็น แล้วคุณก็จะได้เงินเดือนแบบที่คุณต้องการ และมีความสุข

2. ประกันสุขภาพ

หลายบริษัทมีประกันสุขภาพ และชีวิตหมู่ ให้กับพนักงาน ในหลายๆ รูปแบบ ซี่งบริษัทประกันที่มีอยู่ในท้องตลาด จะเป็นคนจัดสรรให้อีกทอดหนี่ง ขี้นอยู่กับค่า premium ที่บริษัทคุณจ่ายให้แทนพนักงานแต่ละคนนะครับบางบริษัทจะมีข้อกำหนดที่ชวนงงงวย และชวนเสียตังค์ แบบรู้เท่าไม่ถึงการณ์

OPD คือไอ้วายร้ายเลยละครับ ประกันหมู่แบบถูกๆ จะกำหนดว่าหากคุณป่วยและเข้ารักษาในโรงพยาบาลที่กำหนด แบบผู้ป่วยนอก (ไม่ได้นอนโรงพยาบาลเกิน 1 คืน หรือที่เรียกว่า admit) หรือ Out Patient แล้ว บริษัทประกันจะจ่ายเงินค่าหมอ + ค่ายา + ห่าเหว เบ็ดเสร็จไม่เกินเงินจำนวนหนี่งต่อหนี่งวัน ซี่งหลายๆทีมันจะไม่พอครับ โดยเฉพาะหากโรงพยาบาลนั้น คือ บำรุงราษฏร์ BNH พวกนี้ รับรองว่า แค่เป็นหวัดธรรมดา คุณก็ต้องจ่ายเงินเพิ่ม แล้วละครับ

ทางออก ก็คือ บอกหมอไปว่า ยังไม่รับยาวันนี้ แล้ววันรุ่งขี้นจะมาเอายาใหม่ เพื่อให้ประกันของคุณครอบคลุมค่าใช้จ่ายในวันถัดไป หรือ ไม่ก็ขอนอนพักโรงบาลแมร่งซะเลย เพราะว่า ถ้าเป็นผู้ป่วยในแล้ว ประกันจะออกค่าใช้จ่ายให้มากกว่า

มีบางบริษัทจะให้ค่า OPD เป็นรายปี โดยที่ไม่กำหนดว่าแต่ละวันจะเบิกได้เท่าไหร่ ซี่งดีและยุติธรรม กับพนักงงานมากๆ และค่อนข้างหาได้ยาก แต่ก็มีนะครับ นอกจากนี้บริษัทพวกนี้อาจจะยังใจดี ครอบคลุมค่าใช้จ่ายให้กับครอบครัวของพนักงานอีกด้วย

3. ทุนการศึกษา

มีหลายบริษัทที่ผมรู้จัก มีระบบทุนการศึกษา ให้กับพนักงานแบบที่ไม่มีข้อผูกมัดใดๆ เพื่อเปิดโอกาสให้พนักงานศีกษาต่อ อย่างเช่น ปริญญาโท โดยที่มันก็คงเป็นประโยชน์กับบริษัทด้วยในอนาคต บางบริษัทอาจจะโฆษณาในตอนรับสมัครงานว่า มีทุนการศึกษา แต่ไม่ได้บอกความจริงทั้งหมดว่า จะต้องอยู่ทำงานต่อกับบริษัทอีกกี่ปี แล้ว คุณต้องมีอายุงานเท่าไหร่ บริษัทถึงจะให้เงินคุณไปเรียนต่อ สิ่งเหล่านี้ไม่มีการควบคุมหรอกนะครับ HR บางบริษัทก็ถุยๆ ไปอย่างนั้นแหละ ขอให้คนเข้ามาสมัครเยอะๆ ก็พอ โดยที่ไม่สนใจกับคำว่า ซื่อสัตย์ เลยแม้จะแต่น้อย

4. Provident Fund

เป็นเงินสำรองเลี้ยงชีพ รูปแบบหนี่ง ซี่งจะหักโดยตรงจากเงินเดือนของคุณไปยัง ธนาคารที่ทำหน้าที่ดูแลกองทุน เพื่อที่จะนำเงินไปลงทุนในตลาดทุนชนิดต่างๆ Provident Fund จะมีการกำหนดให้นายจ้างจ่ายเงินสบทบเข้าไปด้วย เหมือนกัน ซี่งดูเหมือนจะดี นอกเสียจากว่า หากคุณไม่คิดจะทำงานในบริษัทนั้นเป็นเวลานานๆ เช่น เกินกว่า 4 ปีแล้วละก็ ผมบอกได้เลยว่า อย่าสมัคร Provident Fund ครับ ผมเคยแล้ว ลองแล้ว ถ้าเป็นสมัยก่อน Provident Fund เป็นทางเลือกที่ดีที่สุดของพนักงานเงินเดือน ในการออม และได้ผลประโยชน์ที่ดีกว่า เปิดบัญชีออมทรัพย์กับธนาคาร นั่นก็เพราะ หากคุณทำงานเกิน 3 ปี คุณจะได้เงินสมทบของนายจ้างคุณด้วยเป็นสัดส่วน 30% ไปเรื่อยๆ จนถึง 10 ปี ที่เงินของนายจ้าง ที่จ่ายเข้ากองทุนจะเป็นของคุณทั้งหมด

ที่ผมบอกว่า มันไม่ได้เป็น option ที่ดีที่สุดในปัจจุบันก็เพราะว่า หากคุณไม่คิดจะทำงานที่ใดที่หนี่งเกินกว่า 4 ปีละกัน เอาเงินไปลงทุนใน LTF จะได้ผลประโยชน์มากกว่าครับ นอกจากจะได้ผลทางหักลดหย่อยภาษีเหมือนกันแล้ว ยังได้สัดส่วนผลตอบแทนที่อาจจะดีกว่า ในกรณีตลาดหุ้นมีอัตราการเจริญเติบโต ดังนั้น แนะนำว่าหากคุณคิดจะทำงานกับที่ใดที่หนี่งนานๆ ซื้อ Provident Fund แต่ถ้าไม่ ก็เอาเงินส่วนนั้นไปลงใน LTF ดีกว่า

5. ระยะทดลองงาน หรือ Probation

บางบริษัทจะมีกำหนดไว้เลยพนักงานใหม่จะต้องมีระยะทดลองงาน ก่อนจะได้เป็นพนักงานประจำ และมีสิทธิต่างๆเท่ากับพนักงานปกติ สิ่งหนี่งที่เป็นข้อเท็จจริงเกี่ยวกับ ระยะทดลองงาน ก็คือ ระยะทดลองงาน คือ เป็นการลองกันทั้งสองฝ่าย ทั้งลูกจ้างและนายจ้าง ไม่ใช่นายจ้างจะลองเราอย่างเดียว ดังนั้น ในช่วงของการลองงาน หากบริษัทสามารถไล่พนักงงานออกได้ โดยที่ไม่ต้องมี notice หรือ หนังสือแจ้งล่วงหน้า เช่นกันนั่นก็หมายความว่า พนักงานในระยะลองงาน สามารถที่จะ จู่ๆวันรุ่งขึ้นตัดสินใจจะไม่มาทำงานได้เลย โดยที่ไม่ผิดกฏหมายและ ข้อตกลงกันแต่อย่างใดนะครับ อันนี้เป็นอีกเรื่องหนี่งที่ฝ่ายบุคคล จะไม่มีวัน บอกให้พนักงานรู้เด็ดขาด


02.25.08